5 วิธีค้นหา Passion ในการทำธุรกิจผู้ประกอบการวันหยุด

องค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งของงานของผู้ประกอบการวันหยุด คือการทำในสิ่งที่เรารัก เหตุผลง่าย ๆ คือ วันหยุด ตามชื่อ ปกติ เราควรจะหยุดทำงานเพื่อ Charge พลังให้เต็ม สำหรับสัปดาห์ถัดไป

คราวนี้ ถ้าเราหยุดก็ได้ แต่มันก็จะไม่ใช่ผู้ประกอบการวันหยุด เพราะวันหยุด เราก็สามารถนำเวลามาสร้างรายได้ได้ด้วย แต่ลองคิดภาพว่า ถ้าวันหยุด เรายังต้องฝืนทำในสิ่งที่เราไม่ชอบอีก เราอาจจะทำได้ และมีรายได้เพิ่ม แต่ผมว่าในระยะยาวเรา Burn Out แน่นอนครับ

ดังนั้นการทำสิ่งที่เรารัก น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะเราแทบจะไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยเลย หรือถึงเหนื่อย ก็เหนื่อยแบบมีความสุข

ปัญหาคือเราจะหาสิ่งที่เรารักได้อย่างไร

บางคน อาจจะไม่มีปัญหาเรื่องนี้ พอถามว่าอยากทำอะไรตอบได้ทันที อันนี้ต้องบอกว่าขอแสดงความยินดีด้วยครับ แต่มีหลายคน บอกว่ายังตอบไม่ได้ นึกไม่ออกจริง ๆ

ผมมีข้อแนะนำสำหรับคนที่ยังหาคำตอบไม่ได้ดังนี้ครับ

1. กำหนดนิยามของสิ่งที่รักให้กว้างไว้ก่อน

คือเราอาจจะยังไม่สามารถบอกได้หรอกครับ ว่าเราอยากทำเครื่องปั้นดินเผาออกจำหน่าย หรือ เราอยากเป็น Podcaster อะไรแบบนี้ ถ้าเราจะพยายามลองนึกชื่อสิ่งที่เราจะทำแคบลงไปแบบนั้น ผมว่า เราอาจจะนึกไม่ออก

ผมเสนอให้เราลองถอยออกมาหลาย ๆ ก้าวก่อนครับ ถามตัวเองว่าเราชอบ “ทำ” อะไรบ้าง คำว่า “ทำ” ยังไม่ต้องระบุอะไรมากมาย เราแค่ตอบว่าเราชอบ “พูด” “เขียน” “เล่น” อะไรก็ได้ครับ ที่เราชอบ

ยกตัวอย่าง ถ้าเป็นตัวผม ถามว่าผมชอบทำอะไร คำตอบอาจจะเป็น ผมชอบ Share ความรู้และเรื่องราวต่าง ๆ เอาแบบกว้าง ๆ แบบนี้ก่อน

List ออกมาให้หมดครับ ยังไม่ต้องสนใจหรอกครับว่า สิ่งที่เราชอบมันจะทำเงินได้ไหม เราจะมีความสามารถพอไหม เอาแค่ชอบก็พอครับ

2. จากสิ่งที่เรารักที่กว้าง ๆ เราลองใส่รายละเอียดเพิ่มลงไป

คราวนี้ พอเราเริ่ม Scope ได้ว่าเราชอบอะไรแล้ว เราค่อย ๆ ใส่รายละเอียดลงไป

เอาตัวอย่างของผมนะครับ ผมชอบ Share ความรู้ แต่ไม่ใช่ทุกประเภท ผมอาจจะใส่รายละเอียดไปว่า ผมชอบ Share ความรู้เรื่องการบริหารจัดการ และ การพัฒนาตัวเอง อะไรแบบนี้ หรือเราจะลงรายละเอียดไปได้อีก เช่น โดยการ Share ความรู้นั้น ไม่ใช่ผ่านการพูด แต่เป็นการ Share ผ่านการเขียน อะไรแบบนี้เป็นต้น

3. เริ่มลงมือทำ

เคยมีคำกล่าวว่า เราหา Passion ไม่ได้หรอก เราต้องสร้างมันขึ้นมา แปลว่า ถ้าเราเอาแต่คิด เราจะไม่มีวันแน่ใจเลยว่า เราชอบทำสิ่งนั้นจริง ๆ หรือเปล่า

เช่น ผมอาจจะคิดว่า ผมชอบเขียน อยากเป็นนักเขียน แต่ถ้าผมไม่ได้ลงมือเขียนจริง ๆ ผมคงบอกไม่ได้หรอกว่า ผมชอบจริงไหม

ดังนั้น จากข้อที่ 2 เมื่อเราพอจะกำหนดได้คร่าว ๆ แล้วว่า ผมชอบเขียน แนะนำให้เราเริ่มต้นเขียน ใครคิดว่าชอบทำอาหาร ก็ควรเริ่มต้นทำ

ในขั้นนี้ ยังไม่ต้องไปสนใจเรื่องรายได้นะครับ (เอาไว้ถึงช่วงหลัง ๆ ค่อยมาคิดถึงเรื่องนี้) อย่างเช่น อยากทำอาหารก็ทำ ทำกินเองก็ได้ หรือจะไปให้คนอื่นลองชิมก็ได้

การลงมือทำนี่แหละ บางที จะทำให้เรารู้ตัวว่า บางอย่างที่เรา “คิด” ว่าเราชอบ จริง ๆ แล้วเราไม่ชอบขนาดนั้น เราคิดว่าเราชอบทำขนม แต่พอทำกว่าได้มาสักชิ้น เหนื่อยแทบแย่ เราอาจจะค้นพบว่า เราชอบกินขนมมากกว่าทำขนมก้ได้

4. สังเกตตัวเอง

ในระหว่างการทำนั้น ให้เราสังเกตตัวเองให้ดีว่า มันมีช่วงไหนที่เราเข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า Flow หรือแปลเป็นไทยว่า สภาวะลื่นไหล

Flow คือสภาวะที่เราแทบลืมวันลืมคืนไปเลยครับ เวลาที่ได้ทำอะไรที่ชอบมาก ๆ (เหมือนผมชอบเขียน) เราจะไม่มานั่งคิดว่า เมื่อไรจะเสร็จสักที รู้ตัวอีกทีก็เที่ยง ก็เย็นแล้ว

ไม่ได้หมายความว่าเราจะเจอสภาวะนี้กันได้ทุกคนนะครับ แต่จะบอกว่า ถ้าเจอรีบจดไว้เลยครับ เพราะมันเป็นสัญญาณอันทรงพลังว่า สิ่งนี้เราอาจจะชอบมาก ๆ ก็ได้

5. ไม่หยุดที่จะทดลอง

ใครที่เริ่มทำข้อที่ 1-4 แล้ว ก็ยังไม่พบสิ่งที่ตัวเองรักหรือชอบสักที ไม่เป็นไรครับ อย่ากดดันตัวเอง นี่คือชีวิตเรา มันคุ้มที่จะใช้เวลาค้นหา ทดลองไปเรื่อย ๆ ครับ อะไรดูเข้าข่ายจดไว้ อะไรไม่ใช่ก็จดไว้ว่า ไม่ใช่ (วันหลังจะได้ไม่ทำอีก)

ผมว่า 5 ข้อนี้แหละครับ ที่จะทำให้เราค้นพบงานในฝัน ที่เราจะใช้เวลาว่างหรือวันหยุดมาเริ่มทำ

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify Youtube หรือ Blockdit

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *