เราวัด “ความรัก” ได้ไหม

เวลาผมสอนเรื่องการวัด “สิ่งที่จับต้องไม่ได้” ผมมักจะชอบยกตัวอย่างเรื่องนี้ครับ คำถามผมคือ เราวัด “ความรัก” ได้ไหม

ต้องขอให้นิยามของคำว่า “วัด” ก่อนนะครับ “วัด” ในที่นี่หมายถึง การให้ค่าเชิงปริมาณกับสิ่งที่เราสนใจ เช่นเราวัดความพึงพอใจ จาก “คะแนนความพึงพอใจที่ได้จากการสำรวจ” จาก “จำนวนข้อร้องเรียน” จาก “อัตราการซื้อซ้ำ” อันนี้แค่เป็นตัวอย่างนะครับ คราวนี้กลับมาที่ความรัก เอาให้แคบกว่านี้อีกนิด เอาเป็นความรักระหว่างแฟนก็ได้ครับ

แบบนี้เราจะวัดได้อย่างไรครับ ให้ลองคิดดูก่อนครับ เอาแบบให้ชัด ๆ เชิงปริมาณนะครับ คำตอบทำนอง วัดจาก “ความห่วงใย” “ความเอาใจใส่” แบบนี้ยังถือว่าไม่ชัดนะครับ เพราะผมก็จะถามต่อความห่วงใยวัดออกมาเป็นตัวเลขอย่างไรต่อไปอีก อ้อ แล้วบอกด้วยนะครับ ว่าถ้าค่ามาก แปลว่า รักมาก หรือ รักน้อย อะไรทำนองนี้

พอจะคิดกันออกไหมครับ

เวลาถามคำถามนี้ในห้องเรียน หลายคนก็พยายามจะตอบ เช่น

วัดจากจำนวนครั้งในการโทรหากัน
วัดจากความถี่ในการไปรับไปส่ง
วัดจากมูลค่าของขวัญที่ให้
วัดจากเวลาที่ให้กัน
ฯลฯ

แต่ผมสังเกตเห็นว่าทุกครั้ง ที่มีคนตอบตัววัดอันหนึ่ง ก็มักจะมีคนแย้ง เช่น

การโทรหากันมันไม่เกี่ยวหรอก รักกัน ไม่จำเป็นต้องโทรหากันตลอด
ไปรับไปส่ง ไม่เกี่ยวหรอก ก็บ้านมันคนละทาง อย่างนี้คนบ้านใกล้กัน ก็รักกันมากกว่างั้นหรือ
มูลค่าของขวัญเนี่ยนะ งี้ คนจนก็หมดสิทธิรักใครมาก ๆ ดิ
เวลามันไม่มี มันมีภาระมีงาน แต่ไม่ได้หมายความว่า ไม่รัก
ฯลฯ

ลองกลับมานั่งคิดดูครับ ก็ใช่อย่างที่ว่า แต่คำถามที่ว่า “ความรักวัดได้ไหม” เนี่ย มันต้องถามก่อนว่า จะวัดไปทำไม

ถ้าวัดเพื่อให้ได้คำตอบเดียวที่ทุกคนเห็นด้วย ผมบอกเลยว่าวัดไม่ได้หรอกครับ เอาแค่นิยามว่า “ความรัก” คืออะไร ผมก็ว่ามันต่างกันแล้ว และมันก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันด้วย ดังนั้น ถ้านิยามมันต่างกัน เราจะหาตัววัดเดียวกัน มันจึงเป็นไปไม่ได้

แต่ถ้าเราต้องการวัดเพื่อจะได้ข้อมูลที่มาประกอบการตัดสินใจ ผมว่าทุกอย่างวัดได้

ลองดูจากตัวอย่างข้างบนครับ ถ้าคนที่ใกล้ตัวเรา

ไม่เคยโทรหาเลย
ไม่เคยมารับมาส่งเลย
ไม่เคยให้ของขวัญเลย
ไม่เคยมีเวลาให้เลย

คือ ถ้าไม่หลอกตัวเอง มันมีแนวโน้มว่า เขา “อาจจะ” รักเราน้อยลงได้ ยิ่งถ้าแต่ก่อนก็ทำสิ่งเหล่านี้ประจำ แต่ตอนนี้ไม่ทำเลย มันบอกอะไรเราบางอย่างนะครับ สิ่งเหล่านี้ มันคือ “ผล” ของความรัก ที่เราคิดว่าคนรักกัน น่าจะทำอะไรอย่างนี้

และเราเรียกการวัดแบบนี้ว่าการวัดทางอ้อมครับ คือเราวัดความรักตรง ๆ ไม่ได้ เราเลยต้องวัด “ผล” ของความรักแทนเอาเป็นว่าวัดได้หรือไม่ มันก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะวัดไปทำไมนั่นแหละครับ

ถือว่าเป็นบทความวันวาเลนไทน์ก็แล้วกันนะครับ

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือเข้าร่วมกลุ่ม Line@ ได้ที่ https://line.me/R/ti/p/%40nopadolrompho

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *