“เก่งมากลูก” คำชมที่ควรระวัง

“คุณพ่อ/แม่ ผม/หนู สอบได้คะแนนเต็ม”

“ได้คะแนนเต็มเลยเหรอ เก่งมากลูก”

เคยคุ้น ๆ คำชมแบบนี้ไหมครับ แต่ก่อนส่วนตัวผมก็ทำแบบนี้เป็นประจำเวลาลูก ๆ มาบอกเล่าถึงความสำเร็จต่าง ๆ ที่เขาทำ ไม่ว่า เวลาเขาสอบได้คะแนนดีมาก ๆ ได้ที่ 1 หรือ ได้รับรางวัลต่าง ๆ

แต่ว่า… หลังจากอ่านหนังสือและบทความหลาย ๆ เล่มเข้า ผมจึงต้องระมัดระวังคำพูดแบบนี้อย่างมากครับ

อะไรนะ ทำไมต้องระวังด้วย ก็เขาทำสำเร็จ เราก็ควรจะชื่นชมเขาไม่ใช่เหรอ จะให้เฉย ๆ หรือ ดุ เขาหรือไง

ไม่ใช่ครับ เพียงแต่คำชมที่ว่า “เก่งมากลูกที่ได้คะแนนดี ๆ ” มันเป็นคำชมที่แฝงอันตรายอย่างหนึ่ง คือ มันเป็นคำชมที่ผลลัพธ์ ไม่ใช่คำชมความพยายามครับ

ขอขยายความต่อครับ ถ้าสมมุติเราชมเขาว่าการที่เขาสอบได้คะแนนเต็ม แปลว่าเขาเก่งมาก ๆ สุดยอดนั้น มันสื่อได้อีกแบบคือ ถ้าเขาไม่ได้คะแนนเต็ม ก็แปลว่าเขาไม่เก่ง ไม่สุดยอด เมื่อเด็กได้รับคำชมแบบนี้ไป สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเขาต่อไป คือเขาจะกลัวความล้มเหลวครับ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปคือ เขาจะพยายามหลีกเลี่ยงงานที่มันยาก ๆ เพราะเขาจะกลัวว่าเขาจะทำไม่ได้ และแน่นอนครับ ถ้าเขาเลือกแต่สิ่งที่ง่าย ๆ ไม่ท้าทาย ในที่สุดตัวเขาก็จะหยุดพัฒนาความสามารถของตัวเอง

ในหนังสือเรื่อง Mindset ที่เขียนโดย Professor Carol S. Dweck จากมหาวิทยาลัย Stanford เรียกกรอบความคิดในลักษณะนี้ว่า Fixed Mindset หรือกรอบความคิดแบบยึดติดครับ อาการแบบนี้ เราเจอกันอยู่เรื่อย ๆ นะครับ แม้กระทั่งนักกีฬาดัง ๆ ที่เราเห็นว่าหลาย ๆ คน เมื่อเขาขึ้นถึงระดับสูงสุด เช่นได้แชมป์โลก หรือ แชมป์โอลิมปิกแล้ว ผลงานเขาจะตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก เขาเหล่านั้น กลัวความล้มเหลว เขาไม่กล้าไปแข่งขันในรายการที่เล็กกว่า เพราะเชื่อว่าถ้าแพ้มาแล้วจะเสียหน้า อับอาย แล้วก็คงคาดต่อได้นะครับว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา เมื่อเขาไม่แข่งขัน หรือ ถ้าจะแข่งก็เลือกที่มันง่ายสุด ๆ ที่เขาชนะแน่ ๆ ฝีมือเขาก็จะไม่พัฒนาและหยุดลงแค่นั้น ความตกต่ำมันก็มาเยือนในที่สุด เพราะคู่แข่งเขาพัฒนาไปตลอด

ต่างจากนักกีฬาในระดับตำนาน ที่เมื่อเขาขึ้นอยู่ระดับสูงสุดแล้ว เขายังไม่หยุดครับ เขายังคงลงแข่งขันในทัวร์นาเม้นท์ต่าง ๆ ไม่ว่ายากหรือง่าย ไม่ว่าจะชนะหรือพ่ายแพ้ เขานำเอามันมาเป็นบทเรียน และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด เขาก็สามารถรักษาระดับสุดยอดไว้ในระยะเวลายาวนาน ซึ่ง Professor Dweck เรียกกรอบความคิดแบบนี้ว่า Growth Mindset หรือ กรอบความคิดแบบเติบโต

กลับมาที่คำชมลูก ๆ ครับ ถ้าเราชมเขาที่ผลลัพธ์ว่า การที่เขาได้คะแนนดี ๆ แปลว่าเขาสุดยอด ซึ่งมันแปลโดยนัยได้อีกแบบว่า ถ้าได้คะแนนไม่ดี ก็ไม่สุดยอด มันจะทำให้เขากลัวความล้มเหลว และไม่กล้าท้าทายตัวเองในการทำสิ่งที่ยาก แล้วเราควรจะบอกเขาว่าอย่างไร

ข้อแนะนำจากหนังสือและผู้รู้ต่าง ๆ คือ เราความชม “ความพยายาม” ของเขาครับ คือแทนที่จะชมว่า “เก่งมากลูกที่ได้คะแนนเต็ม” ให้ชมว่า “พ่อ/แม่ชื่นชมความพยายามอย่างเต็มที่ของลูกนะ” ตรงนี้มันทำให้ลูก ๆ เห็นว่า ตราบใดที่เขา “พยายามอย่างเต็มที่” แล้ว เขาจะได้รับคำชื่นชม ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ตรงนี้แหละครับ ที่จะทำให้เขาทำอะไร ก็ทำเต็มที่ เจอโจทย์ยาก ๆ เขาก็ไม่กลัว เพราะมันไม่ใช่ “ผลลัพธ์” ที่พ่อแม่ชื่นชม มันเป็น “ความพยายาม” ต่างหากที่เขาชื่นชม

ผมมองว่า แค่เปลี่ยนกรอบคิดไป ปัญหาหลาย ๆ อย่างมันจะลดลงไปเลยนะครับ เราเคยเห็นนักเรียนที่ทุจริตการสอบ เพียงเพราะว่า เขาอยากได้เกรดดี ๆ หรือแม้กระทั่งกลัวสอบตก ซึ่งนั่นคือการวัดผลลัพธ์ ซึ่งแปลว่า เขาเห็นว่าผลลัพธ์คือสิ่งที่ผู้ใหญ่ชื่นชม ดังนั้นเขาก็จะทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้มันได้ผลลัพธ์ที่ผู้ใหญ่อยากได้ จนกระทั่งหลงผิด ไปเลือกทางแบบนั้น แต่ถ้าผู้ใหญ่ให้ความสำคัญกับ “ความพยายาม” แทน เด็ก ๆ ย่อมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทุจริตการสอบ เพราะเขาทราบว่า ถ้าเขาพยายามเต็มที่แล้ว ถึงแม้ว่าผลสอบจะไม่ดีอย่างที่หวัง พ่อแม่เขาก็ยังชื่นชมในความพยายามของเขาอยู่ดี

ในฐานะที่ผมเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย หลาย ๆ ครั้ง เราเห็นนักศึกษาแห่กันไปลงเรียนวิชาเลือกบางวิชา ที่บอกตรง ๆ ว่าเขาไม่ได้สนใจอะไรเลย ด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่า ได้ข่าวว่าวิชานั้น ได้เกรดง่าย ๆ นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการที่เด็ก ๆ ได้รับคำชม เฉพาะเวลาที่ผลลัพธ์ออกมาดี พอโตขึ้นมา จะเรียนอะไร ก็หวังอย่างเดียวคืออยากได้เกรด A เท่านั้น แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาชื่นชมความพยายามของเขาแทน เขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปนั่งเรียนวิชาอะไรก็ไม่รู้ ที่เขาไม่สนใจ สู้เรียนวิชาที่เขาชอบยังดีกว่า ถึงแม้ว่าอาจจะได้เกรดไม่ดีก็ตาม

ลามมาถึงการทำงานนะครับ พนักงานหลาย ๆ คนหลบเลี่ยงการทำงานบางอย่างเพียงเพราะเขากลัวความล้มเหลว เพราะเขายึดว่าความสำเร็จมันถูกวัดจากผลลัพธ์เท่านั้น (และบางทีก็องค์กรนี่แหละครับ ที่มีระบบวัดผล ที่เน้นเฉพาะแต่ผลลัพธ์อย่างเดียว) และนี่แหละครับ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลาย ๆ องค์กรมันพัฒนาไปข้างหน้าได้ยาก องค์กรที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ เขาถึงมักจะเน้นว่า ล้มเหลวไม่เป็นไร ขอให้ได้เรียนรู้ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไงครับ แต่รากของปัญหาเหล่านี้มันไม่ใช่เพิ่งเกิดหรอกครับ มันถูกฝังในหัวเรามาตั้งแต่เล็กจนโตด้วยคำพูดที่ว่า…

“สอบได้คะแนนเต็ม เก่งมากลูก”

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือเข้าร่วมกลุ่ม Line@ ได้ที่ https://line.me/R/ti/p/%40nopadolrompho

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *