ที่มาของฝุ่น PM 2.5

“เฮ้ย วิทย์ นายจะส่งบทความเข้าประกวดหรือเปล่าวะ” เสียงถามมาจากมุมหนึ่งของร้านกาแฟ ที่มีคนนั่งกันอยู่ไม่กี่โต๊ะ

“ไม่รู้น่ะ เราคงส่งมั้ง” ชายหนุ่มตอบกลับ พร้อมกับดูข้อความใน Facebook ที่เพื่อนเขาส่งมาให้ดู

“เปิดรับสมัครแล้ว!!! โครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ ครั้งที่ 4 สามารถร่วมกิจกรรมของโครงการได้ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้…”

“เอ้าต้องรีบแล้วนะโว้ย ไม่งั้นเดี๋ยวเลย Deadline” กรณ์คนที่จะเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนคนเดียวของวิทย์บอกมาอีกที

“อืม เดี๋ยวลองเขียนดู” วิทย์ตอบไปสั้น ๆ

…………………………………………

จริง ๆ แล้ว กรณ์กับวิทย์ก็เพิ่งจะรู้จักไม่นาน กรณ์เจอวิทย์ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ที่ป้ายรถเมล์ที่เขาขึ้นรถเป็นประจำอยู่ ดูเหมือนว่าวิทย์จะไม่รู้จักถนนหนทางในกรุงเทพ ฯ เลย เขาเลยเข้าไปทักทาย

“จะไปไหนเหรอครับ” กรณ์ถาม
“ผมไม่มีที่ไปครับ” วิทย์ตอบสั้น ๆ

เขาคงมาจากต่างจังหวัดมั้ง คงไม่มีที่พัก กรณ์คิดในใจ เผอิญเขาก็กำลังหาห้องเช่าอยู่พอดี เลยชวนวิทย์มาเช่าอยู่ด้วยกัน จะว่าถูกชะตาก็ว่าได้ อาจจะเป็นเพราะชายหนุ่มทั้งสองอายุใกล้ ๆ กัน คือเข้าเบญจเพศ ทั้งคู่

“แต่ ผมไม่มีเงินเลยนะ”
“ไม่เป็นไร อยู่ด้วยกันก่อน มีเมื่อไร ค่อยมาให้”

6 เดือนที่อยู่ด้วยกันมา กรณ์สังเกตว่าวิทย์เป็นคนเงียบ ๆ เหมือนชอบคิดอะไรอยู่คนเดียวตลอดเวลา พอถามถึงครอบครัว เขาก็มักจะตอบสั้น ๆ ว่า พ่อแม่เราอยู่ไกลมาก ถามว่าอยู่จังหวัดไหน วิทย์ก็ไม่เคยบอก

แต่เอาเถอะ เขาคงมีปัญหากับที่บ้านมั้ง กรณ์มักจะคิดในใจ
…………………………………………

“โอ้โห นายเขียนได้เจ๋งว่ะ เรียนมาด้านนี้หรือเปล่า” กรณ์ถามวิทย์หลังจากที่ได้อ่านบางส่วนของต้นฉบับนิยายวิทยาศาสตร์

“เปล่าหรอก เราไม่ได้เรียน” วิทย์พูดยิ้ม ๆ ดวงตาสีดากลมโตนั้นมองเหลือบขึ้นไปด้านบนเล็กน้อย สิ่งหนึ่งที่กรณ์รู้สึกว่าเป็นจุดเด่นของผู้ชายคนนี้ คือสัดส่วนตาดาของเขาโตกว่าตาขาวมากนัก เราจะสังเกตเห็นตาของเขาเป็นจุดดากลมโตบนดวงตาเรียวรี หางตาชี้ขึ้น

“แล้วนายจบอะไรมานะ” กรณ์มองคู่สนทนาเขาอย่างทึ่ง ๆ เขารู้สึกบางอย่างว่าชายที่เขาได้พบที่ป้ายรถเมล์คนนี้มีความพิเศษ แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าอะไร

“เราเป็นนักเขียน เราเขียนหนังสือ” พูดแล้วเขาก็หลบตา ดูเหมือนวิทย์จะเลี่ยงคำตอบเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเขาอีกครั้ง

“แต่สำนวนนายมันสุดยอด นี่เขียนเรื่องฝุ่น PM 2.5 ซะด้วย”

กรณ์ขยับแว่น จ้องไปที่ต้นฉบับนี้อีกครั้ง ด้วยความรู้สึกประทับใจที่วิทย์เขียนรายละเอียดเกี่ยวกับ PM 2.5 ได้ละเอียดมาก ๆ เขาก็เพิ่งรู้ว่าที่มาของฝุ่นเหล่านี้เกิดจากอากาศเย็นปะทะอากาศอุ่น เลยทำให้ไม่มีลมพัด และเมื่ออากาศไม่หมุนเวียน ฝุ่นเล็ก ๆ จึงรวมตัวกันเป็นหมอก

“เราขอความรู้หน่อยสิ แล้วทำไมเขาถึงเรียกกันว่า PM 2.5 ล่ะ” วิสุทธิ์ถาม

“มันมาจากการวัดขนาดของฝุ่นน่ะ PM 2.5 คือฝุ่นที่มีขนาด 2.5 ไมครอน คือขนาดมันเล็กมาก ๆ น่ะ แต่มันก็มีหลายขนาดนะ เล็กกว่านี้ เรียกว่า PM 0.1 ก็มี ขนาดมันก็เล็กมากกว่า 100 นาโนเมตร” วิทย์ตอบ

“นายต้องจบวิทยาศาสตร์มาแน่ ๆ ดูใช้ศัพท์ก็รู้ว่าแต่ PM มันย่อมาจากอะไร” กรณ์ถามแบบคนไม่มีพื้นฐานมาทางด้านนี้จริง ๆ

“PM ย่อมาจาก Particulate Matters เป็นคำเรียกค่ามาตรฐานของฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพน่ะ” วิทย์ตอบ

“แล้วรู้ไหมว่าที่กรุงเทพเรามีปัญหา PM 2.5 ทุกวันนี้มันเกิดจากอะไรเป็นหลัก เห็นบางคนบอกว่ามันมาจากท่อไอเสียรถยนต์ บางคนก็บอกว่ามาจากการเผาในที่โล่งจากภาคกลางหรือภาคอีสาน”

“มันก็หลากหลายทางน่ะ โดยเฉพาะการเผาในพวกพืชในที่โล่ง เช่นพวกอ้อย หรือข้าวโพด มันจะก่อให้เกิด Organic Carbon และ Black Carbon เกิดขึ้นได้ ถ้านายถามความเชื่อของคนทั่ว ๆ ไปนะ” วิทย์ตอบอีกครั้ง

“เอ นายตอบแปลก ๆ เหมือนกับนายเชื่อว่ามันจะไม่ได้มาจากแหล่งเหล่านี้”

“ช่างมันเถอะ” วิทย์ตอบแบบตัดบท

 

“โห นายรู้เรื่องพวกนี้ได้ไง ว่าแต่ว่า เราไม่เคยนายใส่หน้ากากเลยนะ” กรณ์ถามวิทย์อีกครั้ง

ไม่มีเสียงตอบจากวิทย์เช่นเคย นอกจากใบหน้าเศร้า ๆ ของเขา

“เขาเป็นอะไรนะ” กรณ์คิดเป็นครั้งที่ร้อยแล้วมั้ง ตั้งแต่รู้จักกับวิทย์มา
…………………………………………

“เรื่องสั้นที่ได้รางวัลจากโครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ ครั้งที่ 4 ได้แก่เรื่อง “ที่มาของ PM 2.5 ” เสียงประกาศจากพิธิกรสาวสวย ในงานมอบรางวัลการประกวดเรื่องสั้น

“ขอเรียนเชิญคุณวิทย์ขึ้นมารับรางวัลด้วยค่ะ” สาวสวยคนเดิมประกาศ

เสียงปรบมือกึกก้อง งานนี้ไม่ใช่งานเล็ก ๆ เลย มีคนเข้าร่วมการประกวดกว่าร้อยคน หลาย ๆ คนเป็นนักเขียนระดับแนวหน้าของประเทศ แต่ปีนี้ แปลกกว่า 3 ปีที่ผ่านมา ที่นักเขียนหน้าใหม่ ที่ไม่มีใครรู้จักเลยอย่างวิทย์ กลับคว้ารางวัลนี้ไปได้

“ขอสัมภาษณ์คุณวิทย์ สั้น ๆ หน่อยได้ไหมคะ” พิธีกรสาวเริ่มคำถาม

“ครับ” วิทย์ตอบสั้น ๆ เช่นเคย

“ช่วยเล่าคร่าว ๆ เกี่ยวกับนิยายวิทยาศาสตร์ที่ได้รางวัลของคุณวิทย์ได้ไหมคะ”

“มันเป็นเรื่องเกี่ียวกับการเกิดขึ้นของฝุ่นที่เรารู้จักกันว่า PM 2.5 ที่ทุกคนเป็นกังวลอยู่ตอนนี้ครับ” หมดคำนี้ ก็ตามด้วยเสียงเงียบเป็นระยะเวลาที่พอที่จะทำให้คนฟังรู้สึกอึดอัด

“แค่นี้เลยเหรอคะ แล้วนิยายบอกอะไรต่อคะ”

“ในนิยายผมก็บอกว่า ฝุ่นพวกนี้มันไม่ได้เกิดจากไอเสียจากรถยนต์ การเผานา หรือ ควันจากโรงงาน อย่างที่ทุกคนเข้าใจ”

“แล้วมันเกิดจากอะไรคะ” พิธิกรสาวถามต่อ พร้อมกับคิดในใจว่าทำไมวิทย์ถึงได้ถามคำตอบคำ

“มันเกิดจากคน ๆ หนึ่งครับ” วิทย์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบอีกครั้ง

“ใครคะ มันเกิดจากใคร นายกเราหรือเปล่า” พิธีกรสาวพยายามจะสร้างความครื้นเครง ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่งทีเดียว

“เอ้อ… ” วิทย์มีท่าทีลังเลใจอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนวิทย์จะไม่รับมุกตลกใด ๆ

“เล่าใหัฟังหน่อยสิคะ” พิธิกรสาวถามต่อ

“คือผมเป็นนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ครับ” ประโยคนี้ ทำให้หลายคนมีสีหน้างุนงงว่า เขาจะบอกมาทำไม ในเมื่อทุกคนในห้องนี้ก็เป็นนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์กันทั้งสิ้น

“วันหนึ่งที่ผมกำลังเขียนนิยายวิทยาศาสตร์เรื่องหนึ่ง มันเป็นเรื่องของดาวดวงหนึ่งที่อยู่ไกลโพ้น ในดาวดวงนั้น มีมนุษย์ต่างดาวที่ผมจินตนาการขึ้นมา มนุษย์ต่างดาวเหล่านั้นใหม่ ๆ ก็ต่างคนต่างอยู่ แต่ต่อมาดาวดวงนั้นก็เจริญขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง ก็มีฝุ่นผงเกิดขึ้นจำนวนมาก”

“แล้วยังไงต่อคะ” พิธีกรสาวถาม หลังจากเห็นว่าวิทย์เงียบไปนานเกินไป

“ขณะที่ผมกำลังเขียนอยู่ ผมก็รู้สึกปวดตาอย่างรุนแรงขึ้นมาครับ”

สิ้นคำนี้ ทำให้เสียงคุยจ้อกแจ้ก ก่อนหน้านี้เริ่มเงียบลง หลายคนกลับมาฟังว่า หมอนี่กำลังจะเล่าอะไรให้ฟัง

“ผมเลยหยุดเขียน เดินไปล้างหน้า แล้วอาการก็หายไป”

“มันเป็นเพราะฝุ่น PM 2.5 ไหมคะ” พิธิกรสาวถาม ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะได้อีกครั้ง

“เสร็จแล้วผมก็มาเขียนต่อ แต่ยิ่งเขียน ตาผมก็ยิ่งพร่ามัวไปเรื่อย ๆ จนผมทนไม่ไหว ผมก็เลยเดินไปล้างหน้าอีกครั้ง” วิทย์เล่าต่อ

ทุกคนเริ่มเงียบ เรียกว่าตอนนี้หลาย ๆ คนอยากรู้แล้วว่า เกิดอะไรขึ้นกับเขา

“ผมกลับมานั่งเขียนอีกครั้ง คราวนี้ ผมรู้สึกปวดตาจนทนไม่ไหว เสร็จแล้ว ผมก็หมดสติไป”

ถึงตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่าคนทั้งห้องมองมาที่วิทย์เป็นตาเดียว

“ผมว่าเล่าแค่นี้พอดีกว่าครับ”

“ไม่ได้สิคะ พวกเราอยากรู้กันจะแย่แล้ว แล้วคุณวิทย์เป็นยังไงบ้างคะ ไปหาหมอหรือเปล่า”

“เปล่าครับ” วิทย์ตอบพร้อมใบหน้าเศร้าสร้อยที่กรณ์เพื่อนของเขาเห็นมาเป็นร้อย ๆ ครั้ง

“เล่าต่อเลยค่ะ” พิธีกรสาวถามด้วยเสียงที่อยากรู้มาก ๆ

“ผมตื่นขึ้นมาพบว่า ตัวเองไม่ได้อยู่ในบ้านหลังเดิมแล้ว ที่สำคัญก็ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน” วิทย์พูดพลางถอนหายใจ แล้วเล่าต่อว่า

“ผมว่าพวกคุณคงไม่เชื่อว่า สิ่งที่ผมเจอคือ ผมไปเจอมนุษย์ต่างดาวที่มีลักษณะเหมือนที่ผมบรรยายในนิยายที่ผมกำลังเขียนไว้อยู่เลย”

คราวนี้ ทั้งงานเงียบกริบ แบบเรียกว่าถ้ามีเสียงเข็มตกลงพื้นก็คงได้ยิน

“ผมไม่ได้เจอเพียงตัวเดียวนะครับ มันเป็นทั้งเมืองเลย เหมือนกับที่ผมเขียนในนิยายของผมทุกประการ มันเหมือนแม้แต่กระทั่งว่า ชื่อเมือง รูปแบบการใช้ชีวิต วัฒนธรรม มันเหมือนกับผมสร้างโลกนั้นขึ้นมาเลย นั่นทำให้ผมสามารถใช้ชีวิตในดาวดวงนั้นได้”

วิทย์มองหน้าพิธีกรสาวตาเขม็งจนน่าขนลุก

“แม้แต่ใบหน้าของคุณ ก็เหมือนเซเลบคนหนึ่งในนิยายที่ผมแต่ง”

ตอนนี้แม้กระทั่งพิธีกรสาวก็อ้าปากค้าง ไม่มีแม้แต่คำถามใด ๆ จนเธอต้องรีบตัดจบ

“ค่ะ ๆ งั้นต่อไป เชิญท่านประธานกรรมการขึ้นมากล่าวปิดงานนะคะ ขอเชิญท่านศาสตราจารย์ …”
…………………………………………

“เฮ้ย วิทย์ แกอำได้เก่งมากเลยว่ะ เราชอบมุกนาย”

“อื้อ” วิทย์ตอบสั้น ๆ เหมือนเดิม ระหว่างที่เขาทั้งสองมารอรถเมล์เพื่อที่กลับไปบ้านเช่า

“ว่าแต่ว่า นายเล่าเหมือนจริงมากเลยว่ะ”

“ก็มันเป็นเรื่องจริง” วิทย์ตอบพร้อมหันกลับมามองกรณ์ด้วยสายตาจริงจังเป็นครั้งแรกตั้งแต่ทั้งสองคนรู้จักกัน

กรณ์ทบทวนสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในงานรับรางวัล ที่สุดท้ายวิทย์ก็ไม่ได้ตอบคำถามอะไรใด ๆ อีก แบบที่ปล่อยให้คนในงานงงกันเป็นไก่ตาแตก

“งั้นนายเล่าให้ฟังหน่อยว่า ตอนนายหลุดเข้าไปในสังคมมนุษย์ต่างดาว แล้วนายทำยังไง”

“เรื่องที่แปลกคือ ร่างกายของเรามันเปลี่ยนไปเป็นเหมือนพวกต่างดาวที่เราเขียนในนิยายเหล่านั้นแหละ แถมภาษาที่เราพูดมันก็เป็นภาษาต่างดาว แต่เราก็เข้าใจนะว่าเราพูดอะไร พวกต่างดาวเหล่านั้นพูดอะไร”

หมอนี่ท่าจะบ้า เป็นอะไรวะเนี่ย กรณ์คิดในใจ แต่ก็ยังอดถามไม่ได้ว่า

“แล้วนายหลุดไปอยู่นานแค่ไหนเนี่ย แล้วทำมาหากินอะไร”

“เราก็ไม่รู้จะทำมาหากินอะไร ก็เลยเอาเรื่องของโลกที่เราอยู่ ไปเขียนให้พวกมนุษย์ต่างดาวเหล่านั้นได้อ่าน พวกนั้นก็สนุก เพราะคิดว่าเรื่องของโลกเราเนี่ยเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ที่เราแต่งขึ้น เราก็พอจะได้เงินกลับมาเลี้ยงชีพบ้าง”

“เออ ฉลาดดีว่ะ” กรณ์เอ่ยปากชม บอกตรง ๆ เขาไม่ค่อยเชื่อหรอก แต่คราวนี้น้ำเสียงของวิทย์มันซีเรียสแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันก็ทำให้เขาหวั่นไหวเหมือนกัน

ถ้ามันจะเป็นเรื่องจริง วิทย์มันคงฝันไปมั้ง กรณ์คิดในใจ เอ บางทีอาจจะต้องพาไปหาหมอตรวจร่างกายสักทีละมั้ง หรือควรจะเป็นหมอโรคจิตดีหว่า

“เออ แล้วสุดท้ายนายกลับบ้านได้ไงวะ” กรณ์ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“เรายังกลับไปไม่ได้เลย” วิทย์ตอบด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย พร้อมกับเดินขึ้นไปรถเมล์สายที่เขาทั้งสองกำลังรออยู่

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือติดตามได้ที่ Twitter https://twitter.com/NopadolRompho 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *