อย่าทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

เขียนหัวข้อผิดหรือเปล่า มันน่าจะเป็น ให้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักไม่ใช่เหรอ เพราะถ้าทำในสิ่งที่ตัวเองรักเราจะทำได้ดีไง ใคร ๆ ก็บอกว่าให้ทำตามฝันตัวเองกันทั้งนั้น

ไม่ได้ผิดครับ ตั้งใจจะเขียนแบบนี้จริง ๆ ครับ ผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือ ดู clip ที่มีหลาย ๆ คนยืนยันเรื่องนี้เช่นกัน รู้จัก Mark Cuban ไหมครับ เขาเป็นเศรษฐีระดับพันล้าน (เหรียญสหรัฐ) ที่เป็นเจ้าของทีมบาสเกตบอลชื่อดัง Dallas Maverick เขาก็บอกว่า Don’t follow your passion พูดง่าย ๆ คืออย่าทำอะไรตามสิ่งที่ตัวเองลุ่มหลงนั่นแหละ

อ้าว ชักจะงงแล้ว ทำไมเราจึงไม่ควรทำในสิ่งที่เราลุ่มหลงล่ะ ผมขอแยกประเด็นออกมาให้ชัด ๆ แบบนี้ครับ

คือถ้าเราทำเพราะความชอบ ความสนุก อันนี้ไม่ได้ห้ามเลยครับ ทำไปเลยครับ แต่ถ้าจะทำเพื่อเป็นงานหลักอันนี้ดูดี ๆ ครับ อย่าง Mark Cuban เขาก็ลุ่มหลงใน Baseball แต่เขาตีลูกไม่เก่ง เขาลุ่มหลงใน Basketball แต่เขาก็กระโดดได้ไม่สูง ลองคิดดูว่า ถ้าเขาตามความฝันเขาไป เขาอาจจะกลายเป็นนักกีฬาดาด ๆ คนหนึ่ง หรืออาจจะไม่ได้เป็นด้วยซ้ำ และก็คงไม่ได้เป็นเศรษฐีพันล้านเหมือนปัจจุบันนี้

สิ่งที่เขาเสนอคือ เขาเสนอให้ Follow your effort ครับ คือให้ทำในสิ่งที่เราทำได้ดี แล้วยิ่งทำไปเรื่อย ๆ เราก็จะเก่งขึ้นเรื่อย ๆ และเขาบอกว่า ความลับคือ เดี๋ยวเราก็ชอบในสิ่งที่เราทำนั่นแหละ เพราะไม่มีใครไม่ชอบงานที่ตนเองทำได้ดีมาก

พูดง่าย ๆ คือ พอเราเก่งเรื่องไหน เราจะชอบเรื่องนั้นในที่สุด สมมุตินะครับว่า ผมไม่ได้ชอบสอนสักเท่าไร (อันนี้ชีวิตจริงก่อนมาเป็นอาจารย์เลยครับ) แต่พอสอนไปเรื่อย ๆ วันแล้ววันเล่า ในที่สุดเราก็สอนดีขึ้นเรื่อย ๆ ผู้เรียนให้คะแนนประเมินดี มีคำชม ในที่สุดเราก็จะชอบสิ่งนี้โดยอัตโนมัติ

อีกประการหนึ่งคือ เวลาเราทำตามความฝันเรานั้น บางทีมันกลับกลายเป็นทำลายความฝันเราไป เพราะหลาย ๆ ครั้ง เราแค่รักที่จะทำ แต่เมื่อเรา “ต้อง” ทำสิ่งนั้น มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราชอบเสมอไปนะครับ

ผมเคยมีประสบการณ์ตรงอันนี้เลยครับ ทุกคนที่รู้จักผม ก็คงทราบดีว่าผมชอบเขียน คราวนี้ มีสำนักข่าวแห่งหนึ่ง จ้างให้ผมเขียนคอลัมน์เลยครับ ซึ่งผมก็รับ เพราะผมคิดว่ามันตรงกับ Passion ของผม แต่ปรากฏว่าเป็นที่น่าประหลาดใจว่า ตอนที่ผมเขียนโดยอิสระนั้น ผมเขียนได้คล่องมาก วัน ๆ มี Idea มาเขียนมากมายไปหมด แต่เมื่อผม “ต้อง” เขียนตามโจทย์ของสำนักข่าวนั้น กลับกลายเป็นว่า ผมเขียนไม่ค่อยออกและรู้ตัวเลยครับว่า ข้อเขียนที่เขียนนั้น มันไม่ดีเท่าที่เราเขียนเอง

นี่ขนาดเป็นแค่การเขียนที่ได้รับค่าตอบแทนนะครับ ยังไม่ใช่อาชีพ “นักเขียน” หรือ “นักข่าว” นะครับ ถ้ามันกลายเป็นอาชีพไปเลย แบบต้องส่งต้นฉบับให้ทันเวลาทุก ๆ วัน หนัก ๆ เข้า ผมอาจจะเกลียดการเขียนไปเลยก็เป็นได้ (และอันนี้ก็ลงเอยว่า สำนักข่าวเขาก็เปลี่ยนนโยบาย เลยขอหยุดไม่ต้องให้ผมเขียน ซึ่งก็ตรงใจผมพอดี 555)

อีกอย่างที่เราต้องชัดเจนกับตัวเองคือ อะไรคือสิ่งที่เรา “ลุ่มหลง” กันแน่ ผมเห็นคนจำนวนมากที่อยากเปิดร้านกาแฟ เพียงเพราะว่า เขาชอบดื่มกาแฟ ต้องชัดเจนนะครับ เราชอบ “ดื่มกาแฟ” แต่เราไม่ได้ชอบ “เปิดร้านกาแฟ” พอเรา ซึ่งชอบดื่มกาแฟ ไปเปิดร้านกาแฟ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เราต้องบริการลูกค้า เราต้องคิดเงิน เราต้องหาเงินมาปรับปรุงร้าน ซึ่งมันไม่ใช่งานที่เราชอบเลย สุดท้ายเราก็ไปไม่รอด

ตอนเด็ก ๆ ผมเคยคิดว่าอยากเป็นนักฟุตบอลครับ เพราะผมชอบ “ฟุตบอล” แต่โชคดีนะครับ ที่ผมไม่ได้ตัดสินใจไปเป็นนักฟุตบอล ซึ่งตอนนั้น แทบจะไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นอาชีพเลยก็ว่าได้ เพราะสิ่งที่ผมลุ่มหลง คือการ “เชียร์” ฟุตบอลครับ ไม่ใช่ “เป็น” นักฟุตบอลอาชีพ ผมรู้เลยครับว่า ถ้าสมมุติผมลาออกจากโรงเรียน ไปเตะฟุตบอลตามความฝัน สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ผมคงต้องตื่นแต่เช้าออกวิ่ง ซ้อม ๆ ๆ ๆ และทำอย่างนี้ทุกวัน เพื่อจะได้ลงแข่ง อันนี้ไม่ต้องบอกว่าเราจะชนะหรือเปล่านะครับ แต่แค่คิดก็รู้สึกเบื่อแล้ว เพราะเราชอบดูฟุตบอล หรือ เตะฟุตบอลกับเพื่อน ๆ มากกว่า จะทำไปเป็นอาชีพแบบนั้น ขืนทำไปไม่นานก็คงเลิก แล้วคราวนี้ก็คงเคว้งคว้างน่าดูเหมือนกัน

เอาเป็นว่า จริง ๆ ไม่ได้ต่อต้านการทำในสิ่งที่ตัวเองรักหรอกนะครับ เพียงแต่ให้ชัดเจนว่ารักอะไรกันแน่ แล้วถ้าต้องทำสิ่งที่ตัวเองรักเพื่อเป็นอาชีพ เราจะยังรักสิ่งนั้นอยู่หรือเปล่า ถ้าชัดเจนตรงนี้แล้ว คิดว่าใช่ ก็ไม่มีใครห้ามครับ คิดดี ๆ แล้วลุยไปได้เลยครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือเข้าร่วมกลุ่ม Line@ ได้ที่ https://line.me/R/ti/p/%40nopadolrompho

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *