บทเรียนจากการดูภาพยนตร์เรื่อง Yesterday

วันก่อนได้มีโอกาสดูหนังเรื่อง Yesterday…
.
ต้องบอกว่าเป็นหนังที่ได้ดูหลังจากที่ได้ดูเรื่องก่อนหน้านี้ นานมากแล้ว นานมากจนลืมว่าเรื่องนั้นชื่ออะไร
.
กลับมาที่เรื่องนี้ดีกว่า เรื่องนี้ก็ต้องบอกว่าดูเพราะชื่อ… พอจะรู้มาก่อนว่าเป็นเรื่องที่คนที่ชอบ The Beatles ควรดู
.
ส่วนตัว ชอบ The Beatles แต่ห่างไกลจากคำว่าแฟนพันธุ์แท้มากมายนัก แต่เพลง Yesterday ก็เป็นเพลงโปรดเพลงหนึ่ง…
.
ก็เลยลองดู และก็ไม่ผิดหวัง…
.
Plot เรื่องคิดว่าหลายคนคงเคยผ่านหูผ่านตามาบ้างแล้ว หรือไม่เคยก็คิดว่าคงไม่สปอยล์อะไรมากมาย
.
คือพระเอกของเรื่อง เป็นคนที่อยากเป็นนักร้อง แต่ร้องแล้วไม่มีใครฟัง จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ไฟดับทั้งโลก พระเอกโดนรถบัสชน ตื่นขึ้นมา ก็เจอกับเพื่อน ๆ เหมือนเดิม เพียงแต่ว่า …
.
พอเขาเล่นเพลง Yesterday ของ The Beatles ปรากฏว่า ไม่มีใครรู้จักเพลงนี้มาก่อน Search Internet ก็ไม่เจอ…
.
เรียกว่า The Beatles หายไปจากโลกนี้เลยว่างั้นเถอะ…
.
พระเอกของเราก็เลยสวมรอยเป็นคนแต่งเพลง The Beatles เองเลย แล้วเอาไปร้องจนดัง…
.
เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ไปดูกันต่อละกันครับ แต่ประเด็นที่อยากชวนคิดคือ…
.
หลังจากดูเรื่องนี้จบ ความคิดแรกคือถ้าเป็นผมเอง ถึงแม้ว่า The Beatles จะหายไป และผมเป็นคนเดียวที่รู้ เหมือนกับพระเอกในเรื่องนี้…
.
ผมคงเอาไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ ร้องเพลงก็ไม่เก่ง แต่งเพลงนี่เลิกคิดเลย ไม่ต้องอะไรมาก แค่เนื้อเพลง ยังจำได้ไม่หมดเลย…
.
แปลว่าแบบนี้ก็หมดโอกาสจะทำอะไรต่อ ถึงแม้โอกาสแบบนี้จะมาถึงก็ตาม…
.
แปลว่า การที่เราจะคว้าโอกาสที่คาดไม่ถึงได้ เราต้องเตรียมพร้อมมาก่อน ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีโอกาสนี่แหละ…
.
ไม่ใช่แค่พร้อม แต่ต้องพร้อมมาก ๆ อีกต่างหาก…
.
ผมก็คิดต่อ แต่งานเพลงมันไม่ใช่ความเชี่ยวชาญของผม งั้นถ้าไม่ใช่ The Beatles ที่หายไปล่ะ สมมุติว่าจะเป็นใครก็ได้ที่หายไป แต่เรารู้จักผลงานคนนั้น อะไรที่เราจะสร้างประโยชน์ได้สูงสุด…
.
เชื่อหรือไม่ครับว่า 3 วันผ่านมาแล้ว ผมก็ยังนึกไม่ออก!
.
สมมุติว่าในโลกนี้ ไม่มีใครรู้จัก JK Rowling และ Harry Potter เลย ผมจะมีความรู้พอที่จะเอาเรื่องทั้งหมดมาเขียนใหม่เป็น Harry Potter ไหม (เวลาที่ผลงานหายไป คือมันหายไปทั้งหมดเลยนะครับ แบบในหนังคือ พระเอกจะต้องมาแกะเพลง The Beatles เองทั้งหมด)
.
คำตอบคือ ผมทำไม่ได้ เอาแค่ชื่อตัวละครใน Harry Potter ผมยังจำได้ไม่หมดเลย
.
หรือถ้าผลงาน Nobel Prize หายไป ผมก็เอาไปใช้อะไรไม่ได้อีก เพราะความรู้ไม่พอ ที่จะทำให้เกิดผลงานแบบนั้นอีกครั้ง
.
ใกล้เคียงที่สุดที่พอจะนึกออกได้คือ ถ้าโลกนี้ ไม่มี Facebook ผมก็อาจจะลองไปคุยกับ Programmer ดู ลองทำเป็น Startup แล้วลองทำแบบ Facebook ดู
.
แต่คิดว่าโอกาสจะดังแบบ Facebook ก็คงยากเลยแหละ เอาจริง ๆ ผมก็ไม่ได้รู้ละเอียดขนาดว่า Facebook ผ่านอะไรมาบ้าง จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้
.
และบอกตรง ๆ ไม่ใช่แค่ว่าทำได้นะ มันคือสิ่งที่เราอยากทำหรือเปล่าก็ไม่รู้…
.
อืม ผมว่าเป็นคำถามที่น่าคิดนะครับ…
.
“ถ้าเราเป็นคนเดียวที่รู้จักผลงานในอดีตที่ตอนนี้มันหายไปจากโลกนี้เปรียบเสมือนว่าไม่เคยมีมาก่อนเลย เราคิดว่าอะไรคือสิ่งที่เราสามารถจะทำให้สำเร็จอีกครั้งครับ”
.
Credit รูปภาพจาก Page Yesterday Movie

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือ Twitter Nopadol’s Story หรือฟัง Podcast Nopadol’s Story ได้ที่ https://nopadolstory.podbean.com/

4 thoughts on “บทเรียนจากการดูภาพยนตร์เรื่อง Yesterday

  • June 25, 2020 at 5:40 am
    Permalink

    ขอบพระคุณมากค่ะอาจารย์ อาจารย์น่าจะมีภารกิจมาก แต่ก็ยังมีเวลาทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น ด้วยการแบ่งปันและถ่ายทอดความรู้ต่อค่ะ

    ได้อาจารย์เป็นแรงบันดาลใจที่จะเขียนและรีวิวหนังสือค่ะ

    ไม่ได้รู้จักกับอาจารย์เป็นการส่วนตัวนะคะ แต่เป็นเพื่อนเรียน AIT กับพี่ปุ้มค่ะ

    ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ

    บุ๊ง
    ศิริวรรณ กิจโชติ
    มหาวิทยาลัยนเรศวร

    Reply
    • August 22, 2020 at 5:29 pm
      Permalink

      ขอบคุณมากครับ และขอถือโอกาสแสดงความยินดีกับอาจารย์สำหรับความสำเร็จในการเรียนปริญญาเอกด้วยครับ

      Reply
  • September 27, 2020 at 2:14 am
    Permalink

    มองอีกมุม สำหรับหนังเรื่องนี้ เงิน ชื่อเสียง ถ้าเปรียบเหมือนกองไฟในหน้าหนาว….มันอุ่นไม่เท่าหัวใจของคนในครอบครัว

    Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *