22 ข้อคิดที่ได้จากหนังสือ Super Level กลยุทธ์ความต่างขั้นเทพ

เป็นอีกเล่มที่เขียนโดยผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำของโลกอย่าง Samsung คนเขียนคือ คุณ ควอน โอ ฮยุน อ่านเล่มนี้แล้วให้ความรู้สึกเหมือนได้เรียน MBA คือเรื่องราวอาจจะไม่ได้เจาะลึกไปเรื่องของ Samsung มากนัก แต่จะเป็นการตกผลึกเอาความคิดและประสบการณ์ของผู้เขียนมาเล่าให้ฟัง เลยขอนำมาสรุปเป็นข้อคิดสั้น ๆ ได้ดังนี้ครับ

1. ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เราต้องการผู้นำที่มีลักษณะที่แตกต่างกัน เช่นตอนเริ่มต้นบริษัท เราต้องการผู้นำแบบหนึ่ง แต่พอบริษัทมั่นคงแล้ว เราจะต้องการผู้นำอีกแบบหนึ่ง ความยากคือเราไม่สามารถเปลี่ยนผู้นำองค์กรให้เหมาะกับสถานการณ์ได้อย่างง่ายดาย

2. ผู้นำองค์กรควรทำหน้าที่คล้าย ๆ กับสมองที่ทำกับร่างกายเรา คืออย่าไปควบคุมลูกน้องในรายละเอียดทุกเรื่อง

3. ผู้นำที่แย่คือผู้นำที่ตักตวงแต่ความสุขตอนที่ดำรงตำแหน่ง แต่ไม่เคยทำอะไรให้องค์กรอยู่รอดและเติบโต

4. อย่าเป็นผู้นำที่มีลักษณะ “มอญซ่อนลูกระเบิด” คือรีบย้ายปัญหาไปให้คนอื่นโดยไม่สนใจว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายให้กับคนนั้นอย่างไร

5. สิ่งที่องค์กรต้องการสำหรับผู้บริหารไม่ใช่เวลาทำงานที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นความสามารถในการทำงานที่เพิ่มขึ้นต่างหาก

6. เราอาจจะสามารถทำนายอนาคตได้ถูกสัก 70-80% ในอีก 3 ปีข้างหน้า 50% ในอีก 5 ปีข้างหน้า แต่ถ้าเป็น 10 ปี เราไม่มีโอกาสทำนายอนาคตได้เลย

7. เราควรจัดโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมกับจุดมุ่งหมายเรา ไม่ใช่แค่จับเอาคนมาใส่ในโครงสร้างองค์กรเดิม ๆ หรือไปสร้างองค์กรตามคนเก่งที่เราจ้างมา

8. การทำงานเป็นไซโล เป็นการสร้างอาณาจักรให้เกิดขึ้นกับผู้บริหาร ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นให้จับผู้บริหารคนนั้นย้ายฝ่ายทันที

9. ถ้าบริษัทได้ผลสำเร็จ (Performance) ให้เราตอบแทนพนักงานด้วยเงิน (Pay) แต่ถ้าพนักงานเก่งมีศักยภาพ (Potential) ให้เราตอบแทนโดยการเลื่อนตำแหน่งให้เขา (Promotion)

10. ถ้าการประชุมนั้น พนักงานไม่สามารถคัดค้านการตัดสินใจของผู้บริหารได้ ก็ไม่จำเป็นต้องประชุม สู้แจ้งผ่านเครื่องกระจายเสียงของบริษัทไม่ได้ ถ้าจะประชุม เราต้องรับฟังความคิดเห็นทุกคน และตัดสินใจ

11. ในธุรกิจผลิตสินค้า เราต้องทำสินค้าเราให้ดีที่สุด แต่ในธุรกิจบริการ เราต้องทำให้บริการโดดเด่นกว่าคู่แข่งก็พอแล้ว เพราะบริการที่ดีที่สุดในโลกทำได้ยากมาก

12. ผู้บริหารที่โง่เขลาคือผู้บริหารที่ไม่ใช่แค่ใช้งานตัวเองหนักขึ้นเรื่อย ๆ เท่านั้น แต่ยังต้องการให้พนักงานทำงนาหนักขึ้นกว่าเดิมด้วย

13. การสร้างนวัตกรรมในองค์กร มักจะมีคนต่อต้านเพราะไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง วิธีแก้ไขคือเปลี่ยนคนนั้นซะ แต่จ่ายค่าชดเชยให้เหมาะสม

14. ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ได้ล้มเหลวเพราะทำงานไม่ได้ แต่เป็นเพราะมีงานมากเกินไป เราต้องเลือกทำงานสำคัญที่สุด

15. ถ้าเห็นโอกาสที่จะทำให้ธุรกิจฟื้นตัวได้ ถึงแม้จะต้องขาดทุนมากขึ้นไปอีกก็ต้องยอม

16. คนที่เหมาะที่จะไปทำงานที่เป็นธุรกิจใหม่ ๆ ควรเป็นคนที่มีใจรักในการทำงาน มากกว่าจะเลือกคนที่มีความสามารถและประสบการณ์ฺซึ่งไม่ชอบทำธุรกิจที่กำไรน้อยและมีโอกาสล้มเหลวสูง

17. ข้อจำกัดของ CEO ที่เป็นวิศวกรมาก่อนคือ เขาชอบคิดว่า 1+1 = 2 ในทุกสถานการณ์ ซึ่งอาจจะไม่เป็นจริง

18. ผู้บริหารมีเรื่องยากในการตัดสินใจว่าจะเก็บคนเก่งมาก ๆ ที่เข้ากับคนอื่นไม่ได้ดี หรือจะให้จะเปลี่ยนเป็นคนเก่งน้อยกว่าแต่ไม่สร้างความขัดแย้งดี

19. เมื่อเรียนจบใหม่ ๆ บริษัทต้องการความสามารถเชิงลึกของคุณมากกว่าทักษะความรู้ด้านการบริหาร

20. ผู้นำจำนวนมากปฏิบัติกับพนักงานเหมือนพี่เลี้ยงเด็ก คือไม่สอนให้พนักงานทำงานได้ด้วยตัวเอง เมื่อพนักงานออกไป ผู้นำจึงต้องนำงานนั้นกลับมาทำเองทั้งหมด ผู้นำแบบนี้จึงยุ่งอยู่ตลอดเวลา

21. เวลา CEO บอกว่าไม่รู้อะไร จะมี “ม้าป่า” เกิดขึ้นเสมอ ม้าป่าคือคนที่อวดเก่ง ใช้ตัวเองเป็นเกณฑ์และคิดว่าคนอื่นไม่รู้เรื่อง คนเหล่านี้เป็นอันตรายกับองค์กร

22. ไม่ใช่ทุกความล้มเหลวจะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเรา ถ้าเราคิดว่าความล้มเหลวนั้นมีสาเหตุมาจากคนอื่น ถ้าเราปัดความรับผิดชอบ เราจะไม่ได้เรียนรู้

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ทาง Page Nopadol’s Story หรือ Nopadol’s Story Podcast ใน Podbean Soundcloud Apple Podcast Spotify YouTube หรือ Blockdit

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *