11 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือ Platform The Art and Science of Personal Branding

ขอสารภาพว่าจำไม่ได้ว่าหนังสือเล่มนี้ซื้อจากไหน และด้วยความรู้สึกอย่างไร แต่จำได้ว่าสนใจเรื่อง Personal Branding มาพอสมควร ก็เลยซื้อมา

เสร็จแล้วก็ทิ้งไว้ในกองหนังสือนานมาก จนวันหนึ่งกำลังอ่านหนังสือเล่มหนึ่งอยู่แล้วมันเบื่อ ๆ ก็เลยเดินไปหยิบเล่มนี้แล้วก็เปิดอ่านเลย

ปรากฏว่า เออ สนุกดีแฮะ คนเขียนก็เป็น Influencer ที่ Build Up Brand ของตัวเองมาได้จนมี Follower หลักล้านคนใน Twitter และหลากหลายช่องทาง

อ่านแล้ว ทำตามได้ไม่ยาก (แต่จะได้อย่างเขาหรือเปล่านี่อีกเรื่องนะครับ) ก็เลยนำมาเขียนสิ่งที่ได้เรียนรู้ไว้ด้วยเลยละกันครับ

1. พวก Brand ส่วนใหญ่เขาจะพยายามทำให้เขาเปรียบเสมือนเป็น “คน” จะได้ Connect กับลูกค้าได้ง่าย แต่เราเป็นคนอยู่แล้ว เรียกว่าเราได้เปรียบ Brand พวกนั้นซะด้วยซ้ำไป

2. ก่อนจะสร้าง Personal Brand เราลอง Search ดูว่า ชื่อเราในโลก Online ตอนนี้เป็นอย่างไร เพราะต่อไปเวลาเราสร้าง Brand มันก็จะขึ้นสิ่งที่เราเขียนหรือพูดบ่อย ๆ นั่นแหละ

3. องค์ประกอบสำคัญของ Personal Brand ได้แก่ 1) Personal Proof 2) Social Proof 3) Association และ 4) Recognition

4. Personal Proof จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ การศึกษาของเรา ประสบการณ์ ความน่าเชื่อถือ และความสำเร็จของเรา

5. Social Proof จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ จำนวนผู้ติดตามใน Social Media ของเรา การมีคนอ้างอิงถึง งานเขียนของเราใน Blog หรือในสื่อต่าง ๆ การได้รับเชิญไปพูด ประสบการณ์ในเรื่องที่เราสนใจ หรือ จำนวนปีที่ทำสิ่งนั้นหรือคุณภาพของงานและคำชื่นชมต่าง ๆ

6. Association จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ สถานที่ทำงานของเราในปัจจุบันหรือในอดีต สื่อที่เราเขียนลง เพื่อนของเรา คนที่เราติดตาม คนที่เขียนถึงเรา ครอบครัว โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยที่เราเรียน หน่วยงานที่เรามีส่วนร่วม สโมสรที่เราเป็นสมาชิก หรือหน่วยงานที่เราเป็นคณะกรรมการ

7. Recognition จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสำเร็จหรือรางวัลที่เราได้ในรูปแบบต่าง ๆ

8. Personal Brand ของเราก็เปรียบเสมือนเป็น Digital Assets อย่างหนึ่ง

9. เราควรมี Website ที่มี Domain Name เป็นของเราเอง และพยายามสร้าง Personal Brand ผ่านทางองค์ประกอบในข้อที่ 3

10. อยากติดต่อกับ Influencer คนไหน ให้พยายามเลือก Channel ที่เขาน่าจะยุ่งน้อยที่สุด และติดต่อไปทางนั้น ไม่เช่นนั้น ข้อความเราก็เหมือนเป็นขยะในกล่องข้อความของเขา

11. ถ้าเราได้ข้อความมาในเชิงลบ อย่าไปเสียเวลาโต้เถียง ตอบกลับไปว่าเสียใจที่เขาคิดอย่างนั้น และ Have a good day คนเราไม่สามารถเกลียดอีกคนได้นานนักหรอก หากเขาตอบกลับแบบนี้

นอกจากนี้หนังสือยังมีอีกหลายเทคนิคที่น่าสนใจ เช่น อยากให้ใคร Follow เราใน Twitter เราก็ควร Follow เขาก่อน Participate พูดคุยกับเขา และไม่ต้องส่งข้อความไปเยอะ ๆ มันจะกลายเป็น Spam ไป

ลองอ่านดูครับ น่าสนใจดี สำหรับคนที่อยากสร้าง Personal Brand เอามาปรับใช้ได้จริงครับ

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือ Twitter Nopadol’s Story หรือฟัง Podcast Nopadol’s Story ได้ที่ https://nopadolstory.podbean.com/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *